Archive for November, 2016

การเลือกช่างภาพให้เหมาะกับการใช้งาน

%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-3

อาชีพช่างภาพ เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่มีส่วนเข้าไปทำหน้าที่ในการเก็บความทรงจำดี ๆ ในโอกาสต่าง ๆ หรือในวันพิเศษต่าง ๆ เช่นงานวันเกิด งานวันรับปริญญา งานครบรอบ งานมงคลสมรส แต่จะเลือกช่างภาพอย่างไรที่จะทำให้เราได้ช่างภาพได้ตรงกับประเภทและรูปแบบในการใช้งาน

%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-1

 

โดยหลักในการเลือกช่างภาพให้ตรงกับความต้องการในการใช้งานนั้น มีหลักในการเลือกพิจารณา ดังนี้

  1. 1. ควรเลือกช่างภาพที่มีประสบการณ์ในการทำงาน ด้วยการดู portfolio ของช่างภาพ ว่าแนวการถ่ายภาพใช้ในแบบที่เราต้องการหรือไม่ เนื่องจากช่างภาพทุกคนจะมีแนวในการถ่ายภาพที่แตกต่างกันไป
  2. 2. ควรขอดูProfile การทำงานถ่ายภาพในหลายรูปแบบ เพื่อดูความชำนาญในการถ่ายภาพรูปแบบต่าง ๆ
  3. 3. ควรเลือกช่างภาพที่มีช่องทางการติดต่อได้สะดวก และติดต่อได้จริงไม่ว่าจะเป็นชื่อ, เบอร์โทรศัพท์, E-mail, LineID, IG, ลิงค์ตัวอย่างผลงาน หรือที่อยู่
  4. 4. ควรมีการนัดพบปะเรื่องตกลงเวลาในการทำงานให้แน่นอน และเป็นการศึกษานิสัยใจคอของช่างภาพ รวมถึงกำหนดนัดในการส่งงาน เพื่อความเข้าใจในการทำงานร่วมกัน และไม่ควรจ่ายมัดจำก่อนได้ข้อตกลงที่แน่นอน
  5. 5. ควรมีการกำหนดวันส่งงานที่แน่นอน และจะมีการส่งไฟล์ให้ในรูปแบบใดบ้าง
  6. 6. ควรมีการพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้ตรงตามความต้องการก่อนวางมัดจำ

 

%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-2 %e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-4

 

 

 

การเลือกช่างภาพนอกจากข้อย่อยที่ระบุแล้ว อย่าลืมเช็กประวัติของช่างภาพจากทางหน้าอินเตอร์เน็ตด้วยว่าคนที่เราสนใจจ้างมีประวัติความเป็นมาอย่างไร เพราะพอร์ตงานไม่ได้การันตีเรื่องฝีมือ เป็นไปได้ว่าอาจนำภาพจากที่อื่นหรือช่างภาพคนอื่นมาแอบอ้าง ดังนั้นจะจ้างช่างภาพคนใดนอกจากผลงานที่ต้องดู ราคาที่ต้องพิจารณา เรื่องประวัติช่างภาพก็ห้ามพลาดที่จะตรวจสอบ เพราะไม่งั้นงานวันสำคัญอาจจะเหลือแค่ภาพความทรงจำให้หลับตานึกถึง

 

 

 

 




การจัดระเบียบตู้เย็นให้เก็บอาหารได้นาน

%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b9%87%e0%b8%99

การเก็บอาหารได้นานๆ และมีพื้นที่เหลือเก็บอาหารเพิ่มมีหลายวิธีในการจัดตู้เย็นของเรา ให้เป็นระเบียบ ดูสะอาดสะอ้าน และช่วยถนอมอาหารให้นานยิ่งขึ้น แต่ส่วนใหญ่แล้วตู้เย็นแต่ละบ้านก็จะไม่ค่อยเป็นระเบียบกันสักเท่าไหร่ซื้ออะไรมาก็จับยัดเข้าไปแช่เอาไว้จะกินหรือจะใช้เมื่อไรก็ค่อยมาควานหาอีกที เชื่อว่าหลายคนยังจัดเก็บของในตู้เย็นไม่ถูกวิธีเท่าที่ควรอย่างนั้นเรามาดูเคล็ดลับ จัดระเบียบตู้เย็น กันดีกว่า

1. ตั้งตู้เย็นให้ได้ระดับ

ไม่ควรวางตู้เย็นชิดกำแพงเกินไป และควรวางตู้เย็นให้ด้านหน้าของตู้เย็นอยู่สูงกว่าด้านหลังของตู้เย็นสักเล็กน้อย  เวลาเปิดตู้เย็นแรงโน้มถ่วงด้านหลังจะทำให้บานประตูตู้เย็นปิดเองได้โดยอัตโนมัติจะได้ไม่เผลอเปิดประตู้เย็นทิ้งไว้นานๆ

2. ป้องกันกลิ่นเหม็น

แทบทุกบ้านเวลาจัดเก็บเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ และอาหารก็จะเก็บรวมๆ กันไว้ในตู้เย็น ซึ่งแน่นอนว่ากลิ่นอาหารทุกชนิดจะตีกันอยู่ในนั้นจนส่งกลิ่นเหม็นแปลกๆ ออกมา ซึ่งวิธีแก้ก็ไม่ยาก เพียงแค่นำผงเบกกิ้งโซดาใส่ขวดขนาดเล็กแล้วเปิดฝานำไปแช่ด้านในสุดของตู้เย็น หรือจะหาซื้อถ่านดูดกลิ่นที่มีขายอยู่ทั่วไปในตลาด มาใส่ในตู้เย็นก็ได้

3. แพ็กเป็นชุด

อาหารที่คล้ายๆ กัน เช่น ขวดน้ำสลัด ขวดซอสบาร์บีคิว ควรเรียงใส่กล่องเดียวกัน หรือจะจัดเก็บไว้ในโซนเดียวกันก็ได้ รวมทั้งอาหารที่ต้องใช้คู่กัน เช่น ขนมปัง และครีมสลัด ก็ควรจัดเก็บในกล่องเป็นแพ็กให้เรียบร้อยเพื่อประหยัดพื้นที่ในตู้เย็นให้จัดเก็บของได้มากขึ้น อีกทั้งเวลาจะหยิบมารับประทานก็เพิ่มความสะดวกได้ไม่น้อย

4. แช่อาหารเพื่อสุขภาพให้เห็นชัดๆ

ตามสัญชาตญาณแล้วเรามักจะเลือกรับประทานอาหารที่หยิบสะดวก เพราะจะช่วยกระตุ้นความอยากอาหารของเราให้มากขึ้น เพราะฉะนั้นเราควรวางอาหารเพื่อสุขภาพหรืออาหารที่มีประโยชน์ไว้ในตำแหน่งที่สังเกตเห็นได้ง่าย